
ช่วงนี้มีผู้ปกครองหลายท่านนำลูกมาปรึกษาหมอ ว่าลูกมีอาการดื้อ เอาแต่ใจ อดทนรอคอยไม่ได้ เห็นแก่ตัว
สงสัยว่านี่เป็นอาการของ “ฮ่องเต้ซินโดรม” ที่คนพูดถึงกันบ่อยในอินเตอร์เน็ตใช่หรือไม่?
วันนี้หมอจึงอยากเขียนบทความอธิบายให้ทุกท่านเข้าใจคำนี้ค่ะ
.
.
…หมอต้องชี้แจงก่อนนะคะว่า “ฮ่องเต้ซินโดรม” หรือ “Little Emperor syndrome” ไม่ได้เป็นคำที่ใช้ในวงการแพทย์ หรือวงการจิตเวชสากล
แต่เป็นคำนิยามที่เริ่มใช้มาจากประเทศจีน ในยุคที่รัฐบาลมีนโยบายควบคุมจำนวนประชากรโดยให้แต่ละคู่สมรสมีลูกได้เพียงแค่คนเดียว
.
พ่อแม่จีนยุคนี้มีลูกได้จำนวนจำกัดมาก… ในยุคที่ตนเองเริ่มมีความมั่งคั่งทางฐานะการเงิน และความมั่นคงในชีวิตมากเมื่อเทียบกับสมัยที่ตนเองยังเด็ก
(ฟังดูคล้ายๆครอบครัวสังคมไทยยุคปัจจุบันใช่มั้ยคะ?)
สาเหตุเหล่านี้ส่งผลให้พ่อแม่มีความต้องการทุ่มเททุกอย่างกับการเลี้ยงลูกเพียงคนเดียวนี้ ให้ได้โตขึ้นมาสมบูรณ์แบบในทุกด้าน ทั้งเรื่องความต้องการพื้นฐาน ความสุขสบาย การศึกษา ไม่ให้น้อยหน้าเด็กคนอื่น
หลายคนมีความเชื่อว่า “อยากให้ลูกได้ในสิ่งที่ตนเองขาดไปตอนเด็ก”
.
.
ด้วยความคิดดังกล่าว พ่อแม่กลุ่มนี้จึงเลี้ยงลูกในลักษณะปกป้องมากเกินไป (Over-Protective)
และตอบสนองให้ลูกทันทีที่ลูกต้องการบางอย่าง (Over-Responsive)
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ลูกรู้สึก “ขาด”
.
เด็กบางคนได้ของเล่นที่ตัวเองอยากได้ทุกครั้งทันที
มีคนช่วยทำกิจวัตรประจำวันให้จะได้ไม่ลำบาก
.
.
.
จริงอยู่ตามหลักการเด็กควรได้รับ “การปกป้อง” และ “การตอบสนอง” อย่างเหมาะสมจากพ่อแม่
แต่…. อะไรที่มากเกินไป ย่อมมีผลเสียตามมาค่ะ!
.
.
เด็กกลุ่มนี้ได้รับการตอบสนองทันทีตลอดเวลา
…แต่ไม่เคยต้องฝึกการ “อดทนอดกลั้น” (Impulse control) หรือ “รอคอย” (delay gratification) ในวัยเด็ก
เด็กโตขึ้นมาเป็นคนเอาแต่ใจตัวเอง เห็นแก่ตัว ขาดความเห็นอกเห็นใจคนอื่น เพราะไม่มีพี่น้องที่ต้องแบ่งปัน
.
แม้จะมีทักษะทางการศึกษาที่สูง แต่ขาดทักษะการช่วยเหลือตนเองขั้นพื้นฐาน…
บางคนพูดได้หลายภาษาตั้งแต่ยังเด็ก
แต่ยังต้องให้พ่อแม่ช่วยป้อนข้าว อาบน้ำ แปรงฟัน แต่งตัว จนถึงวัยรุ่น
.
.
.
แน่นอนว่าการเลี้ยงดูที่ขาดสมดุลเป็นความเสี่ยงที่ทำให้เด็กเกิดภาวะดังกล่าวค่ะ
….แต่เวลาที่ผู้ปกครองพาเด็กมาประเมินกับหมอ หมอกลับมองว่าการที่เด็กคนนึงจะเกิดปัญหาพฤติกรรมหรืออารมณ์ มักเกิดจาก “ปัจจัยหลายด้าน” (Multiple factors)
.
นอกจากการเลี้ยงดูแล้ว หมอพบว่าเด็กหลายคนมีปัจจัยบางอย่างซ่อนอยู่ ที่ส่งผลให้มีปัญหาดังกล่าวได้ง่ายกว่าเด็กคนอื่นด้วย เช่น
- เด็กที่มีปัญหาพัฒนาการบางอย่าง
เช่น โรคสมาธิสั้น ภาวะออทิซึมสเปกตรัมชนิดอ่อนๆ มักมีปัญหาการควบคุมตนเอง และทักษะสังคม ทำให้ขาดความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น - เด็กมีภาวะทางอารมณ์
เช่น วิตกกังวล หรือซึมเศร้า ทำให้เกิดปัญหาการควบคุมอารมณ์ตนเองได้ - เด็กที่มีโรคทางร่างกายซ่อนอยู่
เช่น โรคลมชัก โรคทางระบบสมอง โรคธัยรอยด์ ทำให้เด็กไม่สุขสบาย และหงุดหงิดว่าปกติได้
.
.
แม้การเลี้ยงดูจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อพื้นฐานอารมณ์และนิสัยเด็ก
แต่
การใช้คำว่า “ฮ่องเต้ซินโดรม” บางครั้งอาจทำให้เกิดการเหมารวมว่าสาเหตุที่เด็กมีปัญหามาจากคนเลี้ยงดู หรือพ่อแม่
ทำให้พ่อแม่ยิ่งเกิดความทุกข์ใจแสนสาหัส เพราะรู้สึกตนเองเป็นต้นเหตุทุกอย่างที่ทำให้ลูกเป็นแบบนี้
.
.
.
หมอจึงอยากให้คำแนะนำคุณพ่อคุณแม่ และผู้ปกครองทุกท่าน เรื่องการดูแลเด็ก เพื่อป้องกันการเกิดฮ่องเต้ซินโดรมดังนี้ค่ะ
.
. - เลี้ยงลูกอย่าง”พอดีๆ”
ปกป้องเด็กอย่างเหมาะสม
ตอบสนองเค้าตามพื้นฐานแต่ละวัย
อย่าลืมฝึกให้รู้จักการอดทน และ รอคอย
ช่วยเหลือลูกได้… แต่ต้องฝึกให้ลูกช่วยเหลือตัวเองด้วย
.
. - กรณีที่ลูกเริ่มแสดงปัญหาอารมณ์พฤติกรรม เอาแต่ใจ คล้ายลักษณะที่กล่าวมาข้างต้น… อาจลองทบทวนการเลี้ยงดูที่ผ่านมา
แต่ก็อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าปัญหาของลูกเกิดจากการเลี้ยงดูอย่างเดียว…
ถ้าเด็กเข้าโรงเรียนแล้ว ควรสอบถามคุณครู ว่าที่โรงเรียนมีเหตุการณ์อะไรที่ส่งผลให้เด็กเป็นแบบนี้ได้
สุดท้ายควรพาเด็กมารับการประเมินหลายด้าน โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งทางร่างกายและจิตใจ กุมารแพทย์ หรือ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น เพื่อหาปัญหาสุขภาพที่อาจซ่อนในตัวเด็ก
.
.
.
เมื่อเข้าใจปัญหาอย่างครบทุกด้าน
จะช่วยให้หาทางช่วยเหลือลูกได้อย่างถูกต้อง
.
โดยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องรู้สึกทุกข์ใจมากไป กับความรู้สึกผิดจากการเลี้ยงดูที่ทุ่มเทมาตลอดด้วยค่ะ
.
.
.
บทความโดย พญ.อรรัตน์ เชาว์กุลจรัสศิริ
จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
อ้างอิง
researchgate

Leave a Reply